“ต้องอาบน้ำทุกวันนะ ไม่งั้นมดจะขึ้นตัวของเธอ”
“อืม..”
…
“ต้องอาบน้ำทุกๆวัน นะ มดขึ้นตัวใหญ่แล้ว น่าสงสารจัง (ลูบหัว)
“…”
“อะไรเนี่ย มดที่ไหนกัน”
“ก็มดไง มด ถ้าไม่อาบน้ำทุกวัน มดจะหามเธอไป รู้รึป่าว … ในฝันชั้นเห็นเธอ..โดนมดหาม”
ฉันตื่นขึ้นพร้อมกับความงงงัน พร้อมกับคิดถึงความเป็นไปได้ของเรื่องราวที่เธอบอก เป็นไปได้ที่เธอเพ้อเจ้อเพราะความฝัน
“มดขึ้นเพราะฉันไม่ได้อาบน้ำ”
ใช่ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ..
เช้าตรู่ อาทิตย์กับความฝันของเพื่อนที่ปลุกฉันด้วยเรื่อง”มด” ฉันจึงมีโอกาสรับรู้เรื่องราวถึงความฝันอันแสนเพี้ยนนี้
บ่ายแก่ๆของวันฉันเดินออกไปเพียงต้องการพักผ่อน ฉันเลือกใช้การเดิน เพราะการเดินนี่เองทำให้ฉันคิดถึงเรื่องความฝันนี้ขึ้นมาอีกครั้งได้ ฉันแปลกใจเสมอว่าการเดินแบบไร้จุดหมายมักให้ความคิดบางอย่างโถมเข้ามาเหมือนเราอยู่ในจินตนาการเสมือนจริงทุกครั้งไป ฉันประหลาดใจที่เรื่องราวเพี้ยนๆนี้เข้ามาแทรกแซงการปล่อยความคิดไปเรื่อยเปื่อยของฉัน
มีอะไรที่ทำให้นึกถึงหรือ ทบทวนหน่อยก็ดี
มันคงทำให้สบายใจขึ้นละมั้ง หากได้ไตร่ตรองหาเหตุผลกับมัน
เอาหล่ะ มดนี่คืออะไร ตัวมันต้องใหญ่มากแน่ๆ เท่าที่ฉันเดา เพราะไม่มีทางที่จะมีมดขนาดเท่าจริงขนย้ายตัวฉันไปได้ หรืออีกนัยเป็นเพราะฉันตัวเล็กกว่าขนาดปกติมดจึงขนย้ายฉันได้ตามใจมัน อาจเป็นได้ทั้งสองทาง
แล้วทำไมต้องขนคนที่ไม่อาบน้ำหล่ะ นี่แหล่ะมั้งที่ทำให้ฉันต้องกลับมาคิด ลึกๆแล้วฉันคงแปลกใจไม่น้อยทีเดียวที่อยู่ๆได้รับรู้เรื่องราวแปลกประหลาดแบบนี้ คงเป็นกังวลน่าดู
มดคงทนไม่ได้ที่จะเห็นสิ่งแปลกปลอมมีกลิ่นตุๆ จึงต้องนำไปเก็บ หรือมดคงชอบที่จะเก็บสิ่งเแปลกปลอมที่ว่านี้ไปสะสม โดยที่ไม่สนใจว่านั่นคือคน
ขัดแย่้งอย่างที่สุด
สมองคนเราสามารถคิดอะไรได้ขัดแย้งไม่สมเหตุสมผลได้ขนาดนี้เชียวหรือ
เพราะว่าในความเป็นจริงเราไม่อาจหลุดออกมาจากคำว่าเป็นไปไม่ได้
ทำให้ลึกๆแล้วเราสร้างสิ่งที่เรียกว่าความฝันมาเพื่อชดเชยให้ความรู้สึกเป็นปกติ
ของสองสิ่งต้องการการสนับสนุนซึ่งกันและกัน หรือโดยแท้จริงเราต้องการหลุดพ้นจากความเป็นไปได้ทั้งหมดทั้งปวงกันนะ…
.
.